News & Insights
Stay ahead with the latest surveying technologies and corporate updates from Universal Corp. Explore our workshops, seminars, and professional engineering insights.
Stay ahead with the latest surveying technologies and corporate updates from Universal Corp. Explore our workshops, seminars, and professional engineering insights.


การรังวัดแบบจลน์ (Kinematic Survey)
การรังวัดแบบจลน์คือวิธีการหาตำแหน่งในขณะที่เครื่องรับสัญญาณเคลื่อนที่การรังวัดแบบจลน์ถูกพัฒนามาจากการรังวัดแบบสถิตเป็นวิธีการที่ทำให้หาตำแหน่งของจุดจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว โดยมีความถูกต้องถึงระดับเซนติเมตร ในการรังวัดแบบจลน์เครื่องรับสัญญาณเครื่องหนึ่งจะถูกวางไว้ที่สถานีหลัก (หมุดหลักฐานโครงข่าย) ตลอดเวลา ส่วนเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมอีกเครื่องหนึ่งซึ่งเรียกว่า เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจร ( rover) จะนำไปวางตามจุดใดๆ ที่ต้องการทราบตำแหน่งเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แล้วก็เคลื่อนย้ายไปยังจุดถัดไปวิธีการนี้เรียกว่า "stop and go kinematic" หรืออีกวิธีหนึ่งเป็นการติดตั้งเสาอากาศ (จานรับสัญญาณ) ไว้บนยานพาหนะแล้วเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเรียกว่า "continuous kinematic" ทั้งสองวิธีมีหลักการคำนวณตำแหน่งที่เหมือนกัน มีข้อแตกต่างตรงที่ "continuous kinematic" จะบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และสามารถนำมาคำนวณหาตำแหน่งได้ทุกๆจุดที่มีการบันทึกข้อมูลไว้ สำหรับ " stop and go kinematic" แม้ว่าจะมีการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แต่จะนำเอาเฉพาะข้อมูลในขณะหยุดอยู่กับที่เท่านั้นมาคำนวณตำแหน่งและนำค่ามาเฉลี่ยกัน การรังวัดแบบจลน์แม้จะหาค่าพิกัดได้อย่างรวดเร็วแต่ข้อจำกัดคือเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมต้องรับสัญญาณจากดาวเทียมได้ไม่น้อยกว่า 4 ดวงตลอดเวลา เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการหาจำนวนคลื่นเต็มรอบ (Ambiguity) แม้แต่ในขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่ต้องการทราบค่าพิกัด หากมีการหลุดของสัญญาณจะต้องเริ่มกระบวนการเริ่มงาน (Initialization) ใหม่โดยระยะเส้นฐานที่มากที่สุดที่ยังคงผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถืออยู่ที่ประมาณ 10 - 15 Km. (สำหรับเครื่องรับสัญญาณแบบสองความถี่)
การรังวัดแบบจลน์ในทันที (Real Time Kinematic Survey: RTK)
วิธีการนี้มักถูกเรียกโดยย่อว่า RTK ซึ่งหลักการทำงานของวิธีการรังวัดหาค่าพิกัดแบบสัมพัทธ์ด้วยวิธีการทำงานแบบจลน์ในทันทีนั้น คล้ายคลึงกับวิธีการแบบจลน์ คือ ต้องใช้เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมอย่างน้อย 2 เครื่อง โดยเครื่องที่หนึ่งถูกวางไว้บนหมุดหลักฐานที่ทราบค่าพิกัดหรือสถานีหลัก ส่วนเครื่องรับเครื่องที่สองถูกนำไปวางรับสัญญาณตามจุดที่ ต้องการทราบค่าพิกัด แต่กรณีของวิธีการหาค่าพิกัดแบบจลน์ในทันทีนั้น เครื่องรับสัญญาณมีการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารระหว่างเครื่องรับทั้งสอง ซึ่งอาจเป็นเครื่องรับและส่งคลื่นวิทยุหรือการใช้โทรศัพท์มือถือและอาศัยสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้สถานีรับจรสามารถทราบค่าตำแหน่งที่ถูกต้องหน้างานในทันที โดยไม่ต้องผ่านการประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ภายหลัง การหาค่าพิกัดของตำแหน่งจุดต่างๆ ด้วยวิธีนี้ เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมที่สถานีหลักและสถานีรับจรต้องรับข้อมูลจากดาวเทียมกลุ่มเดียวกันและช่วงเวลาเดียวกันอย่างน้อย 5 ดวง และเครื่องรับสัญญาณที่ใช้จะต้องเป็นเครื่องรับสัญญาณแบบสองความถี่เท่านั้น วิธีการนี้สามารถให้ค่าความถูกต้องในระดับ 1 -5 เซนติเมตร (สำหรับเส้นฐานที่ยาวไม่เกิน 15 กิโลเมตร) การรังวัดแบบจลน์ในทันทีที่ใช้ระบบเครือข่ายสถานีฐานจีพีเอส (network-based RTK) มีหลักในการทำงานคล้ายคลึงกับวิธีการรังวัดแบบจลน์ในทันที แต่แตกต่างกันที่ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องขอรหัสผู้ใช้ (user name) จากผู้ให้บริการระบบเครือข่ายสถานีฐานจีพีเอส (ซึ่งในประเทศไทยให้บริการโดยกรมที่ดิน) โดยที่ผู้ใช้งานใช้เครื่องรับสัญญาณเพียงเครื่องเดียวไปวางตามจุดที่ต้องการทราบค่าพิกัดภายในพื้นที่ระบบเครือข่ายสถานีฐานฯ วิธีการนี้สามารถให้ค่าความถูกต้องในระดับ 1-5 เซนติเมตร
อ้างอิง
ร.ท.วัลลพ ตาเขียว เอกสารประกอบวิชาการ การสำรวจด้วยดาวเทียม (Satellite Surveying) กรมแผนที่ทหาร. 2560.

การรังวัดแบบสถิต (Static Survey)
การรังวัดแบบสถิต คือ วิธีการวัดระยะโดยใช้คลื่นส่ง เป็นการทำงานโดยใช้เครื่องรับตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป โดยสถานีหลัก (Base Station) จะตั้งอยู่ ณ จุดที่ทราบตำแหน่งค่าพิกัด ส่วนสถานีเคลื่อนที่ (Rover Station) ตั้งไว้ ณ จุดที่ต้องการหาตำแหน่งค่าพิกัดเพิ่มเติม โดยวิธีนี้เครื่องรับสัญญาณทั้งสองสถานีจะต้องรับข้อมูลจากดาวเทียมกลุ่มเดียวกันและช่วงเวลาเดียวกันอย่างน้อย 4 ดวง ปกติเครื่องจะถูกวางตั้งไว้รับสัญญาณไม่น้อยกว่า 30 นาที ทั้งนี้เพื่อให้มีข้อมูลของการวัดระยะที่เพียงพอจะประมวลผลหาจำนวนคลื่นเต็มรอบที่ไม่สามารถวัดได้ โดยหลักการแล้ววิธีการนี้ใช้หาตำแหน่งสัมพัทธ์ระหว่างจุดสองจุดที่อยู่ห่างกันเป็นระยะทางยาว ระยะทางสูงสุดที่ให้ความถูกต้องได้ตามข้อกำหนดของเครื่องรับสัญญาณจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 กิโลเมตร
ระยะเวลาในการรังวัดแบบ Static สำหรับเครื่อง Single Frequency จะต้องรับสัญญาณดาวเทียมไม่น้อยกว่า 5 ดวง มีมุมรับสัญญาณไม่น้อยกว่า 15 องศาและ PDOP น้อยกว่า 7
สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.universalcorp.co.th/contact
อ้างอิง
เฉลิมชนม์ สถิระพจน์. แนวโน้มและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางด้าน GNSS ในปัจจุบัน (Recent Trends and Applications in GNSS Technology) ภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2546.
ร.ท.วัลลพ ตาเขียว เอกสารประกอบวิชาการ การสำรวจด้วยดาวเทียม (Satellite Surveying) กรมแผนที่ทหาร. 2560.

Hi-Survey Road
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆสำรวจและ GIS ทุกท่าน วันนี้เรามีกิจกรรมดีๆมาเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมการสัมมนาทางเว็บ (Webinar) โดยพบกับผู้เชี่ยวชาญจาก Hi-Target ที่จะมาให้ความรู้และวิธีการใช้งานโปรแกรมรังวัดด้วยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS ด้วยแอพพิเคชัน Hi-Survey Road โดยแบ่งการสัมมนาออกเป็น 5 วันด้วยกัน

GNSS ย่อมาจาก Global Navigation Satellites System คือ ระบบเครือข่ายดาวเทียมนำทางที่โคจรรอบโลกซึ่งให้บริการสำหรับระบุตำแหน่งหรือค่าพิกัดบนพื้นผิวโลก ด้วยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวรับสัญญาณคลื่นวิทยุจากดาวเทียมที่ส่งมาอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีระบบดาวเทียม GPS ที่เราคุ้นเคยเป็นส่วนหนึ่งในระบบดาวเทียม GNSS นี้ด้วย ในปัจจุบันได้มีระบบดาวเทียมของประเทศอื่นๆที่โคจรและให้บริการอยู่เช่นกัน ประกอบด้วย
โดยสรุป GNSS คือ ระบบดาวเทียมนำทางซึ่งใช้ระบุพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนพื้นโลก ซึ่งบริเวณพื้นที่ใดรับสัญญาณดาวเทียมได้มากก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ตำแหน่งมีความถูกต้องมากขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘More Satellites means more accuracy’ ทำให้ในปัจจุบันหน่วยงานที่ดูแลระบบดาวเทียมต่างๆยังพยายามพัฒนาดาวเทียมและส่งขึ้นสู่อวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้งานระบบดาวเทียม GNSS มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
